
โลกการลงทุนในยุคที่ความผันผวนคือเรื่องปกติและ
“ความแน่นอน”กลับกลายเป็นสิ่งหายาก การมองหาผลตอบแทนสูงเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพออีกต่อไป
ถึงเวลาที่นักลงทุนยุคใหม่ต้องเริ่มหันมาให้ความสำคัญกับ “Dual Asset
Strategy” เพื่อช่วยบรรเทาความเสี่ยงอย่างชาญฉลาด แม้ในวันที่ตลาดไม่เป็นใจ
Dual Asset Strategy แนวทางการจัดพอร์ตที่กระจายการลงทุนในสินทรัพย์
2 ประเภทที่มีคุณลักษณะหรือบทบาท และปัจจัยขับเคลื่อนผลตอบแทนที่แตกต่างกัน
เพื่อสร้างความสมดุลระหว่างโอกาสในการเติบโตและการรักษามูลค่าของพอร์ตการลงทุน ลดการพึ่งพาสินทรัพย์เพียงประเภทเดียว
และเพิ่มความยืดหยุ่นในการรับมือกับสภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ
ซึ่ง 2 สินทรัพย์ที่พูดถึงก็คือ Bitcoin และทองคำ โดยปี 2026
ปีที่เทคโนโลยีเข้ามาเปลี่ยนโฉมโลกการเงินอย่างเต็มตัวและยังเป็นยุคที่สินทรัพย์ดิจิทัลอย่าง
Bitcoin กำลังพิสูจน์ตัวเองเพื่อเติบโตควบคู่กับสินทรัพย์ดั้งเดิมอย่างทองคำ
การผสมผสานลงทุนในสินทรัพย์ทั้งสองอย่างอย่างชาญฉลาด
อาจเป็นกุญแจสำคัญสู่ความมั่นคงและความสำเร็จของนักลงทุนยุคใหม่
Bitcoin ที่ถือกำเนิดขึ้นเพียงไม่กี่ปีที่ผ่านมา กำลังค่อย ๆ
ได้รับการยอมรับว่าเป็น "ทองคำดิจิทัล" สำหรับยุคใหม่ แม้ Bitcoin
จะมีความผันผวนสูงกว่าทองคำมาก แต่ก็มีคุณสมบัติที่น่าสนใจ เช่น
จำนวนจำกัดที่ 21 ล้านเหรียญ
ไม่สามารถถูกเพิ่มได้เหมือนเงินสกุลต่างๆ และสามารถโอนย้ายได้ง่ายข้ามพรมแดน
นักลงทุนบางกลุ่มมองว่า Bitcoin เป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงจากนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายมากเกินไปและภาวะเงินเฟ้อในระยะยาว
เพราะในบางประเทศเริ่มทยอยถือครอง Bitcoin ในฐานะสินทรัพย์สำรองประเทศเช่นกัน
ในขณะที่ทองคำได้รับการยอมรับมานานหลายศตวรรษว่าเป็น "สินทรัพย์ปลอดภัย" หรือ Safe Haven Asset ที่นักลงทุนหลั่งไหลเข้ามาลงทุนในช่วงที่ตลาดหุ้นผันผวนหรือเศรษฐกิจถดถอย ทองคำมีคุณสมบัติพิเศษคือสามารถรักษามูลค่าได้ในระยะยาว ป้องกันภาวะเงินเฟ้อ และมีสภาพคล่องสูง นักลงทุนสถาบันและธนาคารกลางทั่วโลกยังคงถือครองทองคำเป็นส่วนหนึ่งของทุนสำรองเพื่อรักษาเสถียรภาพทางการเงิน ข้อมูลจาก World Gold Council ชี้ให้เห็นว่าทองคำมี Correlation กับตลาดหุ้นในช่วงวิกฤตอยู่ในระดับต่ำมาก (ราว 0.07) สะท้อนว่าราคาทองคำแทบไม่เคลื่อนไหวตามทิศทางของตลาดหุ้น ทำให้เป็นสินทรัพย์ที่ช่วยกระจายความเสี่ยงของพอร์ตได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การประยุกต์ใช้ Dual
Asset Strategy ด้วย Bitcoin และทองคำ
จึงเป็นการผสมผสานระหว่างสินทรัพย์ปลอดภัยแบบดั้งเดิมกับสินทรัพย์นวัตกรรมใหม่
นักลงทุนหลายคนอาจเลือกจัดสรรทั้งสองสินทรัพย์นี้ในพอร์ตเพื่อสร้างความสมดุล
โดยทองคำช่วยลดความผันผวนและให้ความมั่นคง ขณะที่ Bitcoin อาจให้โอกาสในการเติบโตสูงขึ้นในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม
การกำหนดสัดส่วนที่เหมาะสมควรพิจารณาจากระดับความเสี่ยงที่แต่ละคนรับได้
ขอบเขตเวลาการลงทุน และวัตถุประสงค์ทางการเงิน
เพราะทั้งสองสินทรัพย์ในภาพรวมระยะยาวมีลักษณะและพฤติกรรมที่แตกต่างกัน (Correlation ต่ำ
อยู่ที่ประมาณ 0.05–0.15)
อ้างอิงที่มาข้อมูล Investing.com
โอกาสทองเก็บ 2 Perfect Match ทั้ง “Bitcoin”
และ “PAXG” (โทเคนที่อ้างอิงกับราคาทองคำ)
ในกลยุทธ์ OBX-BTCGLD ด้วยโปรโมชั่นค่าธรรมเนียม Front-end
0%* เมื่อลงทุนต่อครั้งครบ 100,000 บาทขึ้นไป
ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. 69 – 31 ส.ค. 69
(จำกัดยอดลงทุนรวมทั้งการสับเปลี่ยนไม่เกิน 400,000 บาทต่อคน) ดูรายละเอียดเพิ่มเติม คลิก
คำเตือน คริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้
ช่วงหลายวันที่ผ่านมา วงการ Bitcoin กำลังจับตาเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับ COLDCARD Hardware Wallet คนส่วนใหญ่สรุปว่านี่คือเหตุการณ์ "Hardware Wallet ถูกแฮก" แต่ในความเป็นจริงแล้ว รากฐานของปัญหานี้ซับซ้อนกว่านั้น และสะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายที่แท้จริงของการบริหารจัดการสินทรัพย์ดิจิทัลด้วยตนเอง (Self-custody) ต้นตอของปัญหาอยู่ที่ไหน? อ่านเพิ่มเติม คลิก