
“Sweet Spot” ใหม่ปี 2026 เมื่อเหล่านักวิเคราะห์จากสถาบันการเงินขยับ “สัดส่วนที่เหมาะสม” ในการลงทุน “คริปโต” จากสัดส่วนเดิมอยู่ที่ 1% เพิ่มมาเป็น 2% ถึง 5%
(หมายเหตุ Sweet spot หมายถึงสัดส่วนที่เหมาะสมในการเติมสินทรัพย์ในพอร์ตการลงทุน)
สาเหตุที่เปอร์เซ็นต์การลงทุนขยับสูงขึ้น เนื่องจากการการลงทุนเพียง 1% นั้น หาก Bitcoin ราคาพุ่งขึ้น 1 เท่าตัว พอร์ตโดยรวมจะโตขึ้นเพียง 1% แทบไม่มีผลต่อเป้าหมายทางการเงินระยะยาว แต่ที่ระดับ 5% หากสินทรัพย์เติบโต พอร์ตจะขยับขึ้นถึง 5% ซึ่งเพียงพอที่จะช่วยชดเชยการขาดทุนในสินทรัพย์อื่นหรือช่วยให้บรรลุเป้าหมายการเกษียณได้เร็วขึ้น ตัวเลขนี้จึงกลายเป็นมาตรฐานใหม่ที่กลุ่มที่ปรึกษาทางการเงินเริ่มแนะนำให้ลูกค้าปรับจากพอร์ตหุ้นหรือพันธบัตรดั้งเดิมมาสู่ Crypto
จากการสำรวจของ Bitwise/VettaFi 2026 Benchmark Survey ที่เพิ่งประกาศออกมาในเดือน ม.ค. 69 สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในโลกการเงินดั้งเดิม เมื่อกลุ่มที่ปรึกษาทางการเงินมีการปรับสัดส่วนดังนี้
47% ได้ปรับเพิ่มสัดส่วน Crypto ในพอร์ตลูกค้าให้อยู่ในช่วง 2% ถึง 5% ซึ่งถือเป็น "Sweet Spot" ใหม่ที่ช่วยเพิ่มผลตอบแทนโดยไม่ทำให้ความเสี่ยงโดยรวมสูงจนเกินไป นอกจากนี้ อีก 17% เริ่มรุก โดยขยับสัดส่วนไปลงทุนในคริปโตมากกว่า 5% ในขณะที่ 22% ยังคงอยู่ในโซน “ลองเชิง”ที่ 1% ถึง 2%
โดยแหล่งเงินที่นำมาจัดสรรลงทุนในเพิ่มในคริปโต ส่วนใหญ่ (43%) ไม่ได้มาจากเงินเก็บ แต่เป็นการดึงมาจากสัดส่วนของหุ้น และ 35% มากเงินสดที่ถือครองอยู่ แสดงให้เห็นว่าผู้เชี่ยวชาญที่ดูแลพอร์ตลงทุนให้กับลูกค้า มอง Crypto เป็นส่วนผสมของ 'Growth Asset' ที่มีศักยภาพสูงกว่าการถือหุ้นบางกลุ่มด้วยซ้ำ และการเริ่มเปลี่ยนมุมมองจากเดิมที่มองว่า Crypto เป็นเพียง “เงินลงทุนเพื่อความสนุก” (Play money) มาเป็น “ส่วนประกอบหลักของพอร์ต” (Legitimate portfolio component)
นอกจากนี้มุมมองของสถาบันการเงินชั้นนำก็มีการปรับคำแนะนำสัดส่วนในการเติมคริปโตเคอร์เรนซีเข้าพอร์ตลงทุนเช่นกัน ได้แก่
Morgan Stanley แนะนำ 2% สำหรับพอร์ตสมดุล (Balanced), 3% สำหรับพอร์ตเน้นเติบโต และสูงสุด 4% สำหรับพอร์ตเชิงรุก
Fidelity แนะนำ 2% - 5% ผลวิจัยชี้ว่าสัดส่วนนี้ช่วยเพิ่มเงินในพอร์ตเกษียณได้ดีกว่าพอร์ตดั้งเดิม โดยหาก Bitcoin กลายเป็นศูนย์ พอร์ตจะเสียหายไม่เกิน 1%
CoinShares แนะนำ 4%ระบุว่าเป็นจุดที่ "Optimize" พอร์ต 60/40 ได้ดีที่สุด ช่วยดันผลตอบแทนจาก 11% เป็น 17% โดยเพิ่มความผันผวนเพียงเล็กน้อย
VanEck แนะนำ 1% - 3% มอง Bitcoin เป็นสินทรัพย์สำรองในระยะยาว แต่ในพอร์ตที่เน้น Sharpe Ratio สูงสุด อาจเติมได้ถึง 20%
Bank of America แนะนำ 1% - 4%มองว่าเป็นสัดส่วนที่เหมาะสมสำหรับนักลงทุนที่รับความผันผวนได้ หลังจากมีการเปิดให้เข้าถึง Bitcoin ETF
สำหรับนักลงทุนทั่วไป นี่คือสัญญาณเตือนว่าโครงสร้างพอร์ตการลงทุนแบบเดิม (เช่น 60/40) กำลังถูกแทนที่ด้วย "Modern Diversification" ที่มี Crypto เป็นแกนเสริมของพอร์ตลงทุน แต่ถ้าหากพอร์ตในปัจจุบันของคุณยังมีสัดส่วนคริปโตที่ต่ำกว่า 2% หรือไม่มีเลย คุณอาจกำลังแบกรับความเสี่ยงด้านโอกาสที่สูงขึ้นท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อและการอ่อนค่าของเงินกระดาษ ซึ่งเป็นธีมหลักที่สถาบันการเงินทั่วโลกกำลังกังวลในปี 2026 การเริ่มขยับสัดส่วนเข้าหา Sweet Spot ในช่วงที่ตลาดสถาบันกำลังรุกหนัก จึงอาจเป็นกลยุทธ์ที่ชาญฉลาดที่สุดในเวลานี้
อ้างอิงที่มาข้อมูล https://bitwiseinvestments.com/crypto-market-insights/the-bitwise-vettafi-2026-benchmark-survey
คำเตือน คริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้
เมื่อโลกการเงินยุคใหม่ เริ่ม "ใช้งานจริง" ไม่ใช่แค่ฝัน ที่แล้ว (2025) เราอาจจะเหนื่อยกับเศรษฐกิจโลกที่ฝืดเคือง ข้าวของแพง ดอกเบี้ยสูง ทำอะไรก็ติดขัดไปหมด แต่ปี 2026 นี้ บรรยากาศกำลังจะเปลี่ยนไปครับ.. เพราะ "เงินก้อนใหญ่" จากดอกเบี้ยขาลงกำลังจะไหลกลับเข้ามา บวกกับกฎหมายเกี่ยวกับคริปโตฯ เริ่มชัดเจนจนสถาบันใหญ่ๆ กล้าขยับตัว อ่านต่อ คลิก